วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ศิลปวัฒนธรรม ภาคเหนือ


ศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ



ตุง เป็นภาษาถิ่นประจำภาคเหนือซึ่งตรงกับคำว่า ธง ในภาษาไทยภาคกลางและตรงกับคำว่า ธุง ในภาษาท้องถิ่นอีสาน มีลักษณะเป็นแผ่นวัตถุ ส่วนปลายแขวนติดกับเสาห้อยเป็นแผ่นยาวลงมา ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า ธง ไว้ว่า “ ธง น. ผืนผ้าโดยมากเป็นสีและบางอย่างมีลวดลายเป็นรูปต่าง ๆ ที่ทำด้วยกระดาษหรือ สิ่งอื่น ๆ ก็มีสำหรับใช้เป็นเครื่องหมายบอกชาติ เครื่องหมายตามแบบสากลนิยม เครื่องหมายเดินทะเล อาณัติสัญญาณ ตกแต่ง สถานที่ในงานรื่นเริงหรือกระบวนแห่ …” การใช้ตุงทางภาคเหนือ ได้ปรากฏหลักฐานในตำนานพระธาตุดอยตุง ซึ่งกล่าวถึง การสร้าง พระธาตุไว้ว่า เมื่อพระมหากัสสปะเถระได้นำเอาพระบรมสารีลิกธาตุพระรากขวัญเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า มาถวายแด่พระยา อชุตราชกษัตริย์แห่งราชวงศ์สิงหนวัติ พระองค์ได้ทรงขอที่ดินของพญาลาวจก (ราชวงศ์ลวจังคราช) ในหมู่เขาสามเส้าเป็นที่ก่อ สร้างพระมหาสถูปนั้น ทำให้ทำตุงตะขาบยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอยปู่เจ้า ถ้าหางตุงปลิวไปเพียงใดกำหนดให้เป็นรากฐานสถูป




ตุงมีหลายชนิด หลายแบบ หลายลักษณะ หลากรูปทรง ต่างลวดลาย และมากชนิดของวัสดุในการทำ รวมทั้งโอกาสต่าง ๆ


ในการใช้ตุง จึงพอที่จะจำแนกออกเป็นประเภทได้ดังนี้

1. แบ่งตามวัสดุในการทำ
ตุงที่ทำจากกระดาษ ได้แก่ ตุงช้าง ตุงไส้หมู
ตุงที่ทำจากผืนผ้า ได้แก่ ตุงตะขาบ ตุงจระเข้ ตุงแดง ตุงซาววา ตุงพระบฏ
ตุงที่ทำด้วยกระดาษหรือผ้า ได้แก่ ตุงสามหาง ตุงที่ทอจากเส้นด้ายหรือเส้นไหม ได้แก่ ตุงไชย
ตุงที่ทำจากไม้หรือสังกะสี ได้แก่ ตุงกระด้าง



2. ตุงที่ใช้ในงานประดับประดาหรือร่วมขบวน
ตุงซาววา มีความหมายมงคลใช้งานเหมือนตุงไชยแต่มีลักษณะยาวกว่า ไม่มีเสาที่ปัก ต้องใช้คนถือหลายคนนิยมให้ผู้ร่วม ขบวนเดินถือชายตุงต่อ ๆ กัน
- ตุงกระด้าง มักนิยมทำด้วยไม้แกะสลักและประดับกระจก ลงรักปิดทองด้วยลวดลายดอกไม้ต่าง ๆ ลายสัตว์ต่าง ๆ แบบถาวร และมักจะทำไว้ในที่ที่มีความสำคัญในพื้นที่ต่าง ๆ


3. ตุงที่ใช้ในงานพิธีมงคล
ตุงไชย เป็นเครื่องหมายบอกถึงความเป็นสิริมงคล ทำได้โดยการทอจากด้ายหรือสลับสีเป็นรูปเรือ รูปปราสาทหรือลวดลาย มงคล ใช้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเป็นเครื่องหมายบอกให้รู้ว่า ในบริเวณนั้นจะมีงานฉลองสมโภชโดยจะปักตุงไว้ห่างกัน ประมาณ 8-10 เมตร เป็นแนวสองข้างถนนสู่บริเวณงาน และยังนิยมใช้ในการเดินขบวนเมื่อมีงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ

- ตุงช้าง ส่วนใหญ่ทำด้วยกระดาษมีลักษณะการนำไปใช้งานเช่นเดียวกับตุงไชย

- ตุงพระบฏ จะเขียนภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติ จะประดับตุงไว้ด้านหลังของพระประธานในโบสถ์ โดยการแขวนไว้กับผนังด้าน หลังพระประธานทั้งสองข้าง

- ตุงตะขาบ ตุงจระเข้ จะมีรูปตะขาบและจระเข้อยู่ตรงกลาง ปักไว้เป็นการแสดงว่าวัดนี้จะมีการทอดกฐิน หรือแห่นำขบวนไป ยังวัดที่จองกฐินไว้

- ตุงไส้หมู เป็นพวงประดิษฐ์รูปร่างคล้ายจอมแหหรือปรางค์ ใช้ประดับตกแต่งงานพิธีบุญต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม


4. ตุงที่ใช้ในงานพิธีอวมงคล


-ตุงแดง หรือเรียกว่า ตุงค้างแดง ตุงผีตายโหง จะปักตุงแดงไว้ตรงบริเวณที่ผู้ตายโหงแล้วก่อเจดีย์ทรายกองเล็ก ๆ เท่ากับ อายุของผู้ตายไว้ในกรอบสายสิญจน์โดยเชื่อว่าผู้ตายจะได้หมดทุกข์และเป็นการปักสัญลักษณ์เตือนว่าจุดนี้เกิดอุบัติเหตุ

-ตุงสามหาง มีความเชื่อตามคติของพระพุทธศาสนาว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือมีความเชื่อว่าคนเราตายแล้วต้องไปเกิด ใหม่ในภพใดภพหนึ่ง หรือหมายถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ใช้ในการเดินนำขบวนศพ ชาวเหนือมีจุดมุ่งหมายในการใช้ตุงเพื่อเป็นพุทธบูชามานาน และยังเชื่อว่าการได้ถวายตุงเป็นการสร้างกุศลให้กับตนเอง ใช้ในการสะเดาะเคราะห์ขจัดภัยพิบัติต่าง ๆ ให้หมดไป และยังเป็นการอุทิศให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว นอกจากนี้จุดมุ่งหมายในการใช้ ตุงที่สำคัญอีกอย่างคือการใช้เพื่อการเฉลิมฉลองศาสนสถาน ศาสนวัตถุ หรือสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์อีกด้วย แต่ในปัจจุบันอาจจะเห็นได้ว่าเมื่อความเจริญทางวัตถุเริ่มเข้ามาแทนที่ รูปแบบการผลิตของสังคมเปลี่ยนไป ก็ทำให้รูปแบบ ของการใช้ตุงเริ่มเปลี่ยนแปลงจากการสนองตอบความต้องการทางด้านจิตใจเป็นส่วนใหญ่ กับเป็นการใช้ตุงเป็นเพียงสัญลักษณ์ ของชาวเหนือ และเน้นทางด้านธุรกิจมากขึ้นอย่างเช่น เราอาจเห็นตุงไปจัดอยู่ในโรงแรม ตามเวทีประกวดนางงาม หรือการจัดงาน
อะไรก็ตามแต่จะต้องมีตุงเข้าไปเป็นองค์ประกอบด้วยเสมอจนไม่อยากคิดเลยว่าสาระความสำคัญและหน้าที่ของตุงมันเลอะเลือน ไปแล้ว คนรุ่นนี้ควรอนุรักษ์เพื่อเป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นศิลปวัฒนธรรมและคติความเชื่อของบรรพชนให้อยู่คู่กับ คนภาคเหนือต่อไป

เอกสารอ้างอิง

http://www.stou.ac.th/study/projects/training/text/4/page1-8-50(500).html

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ internet


ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ internet








ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เพราะสามารถทำงานได้สารพัด ตั้งแต่การจัดทำเอกสาร การช่วยทำบัญชี ไปจนถึงการดูหนังฟังเพลง เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์มีจำนวนมากขึ้น ก็ได้มีการนำมาเชื่อมโยงกันเพื่อให้เกิดการสื่อสารข้อมูล ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก เพราะเราสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เริ่มแรกเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ถูกนำมาเชื่อโยงกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ภายในมหาวิทยาลัยหรือภายในองค์กร ต่อมาได้มีการนำเอาเครือข่ายย่อย ๆ นั้นมาเชื่อมโยงกันจนเกิดเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ที่ถูกขนานนามว่าอินเทอร์เน็ต ซึ่งเชื่อมต่อมากกว่า 50 ล้านเครื่องทั่วโลกและได้มีการประมาณการว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์มากกว่า 300 ล้านเครื่องทั่วโลก



ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต

เราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้หลายด้าน ขึ้นกับลักษณะการใช้งานของเราซึ่งสามารถสรุปเป็นแนวทางได้ดังนี้



สื่อสารกับผู้อื่น

เราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการสื่อสารกับผู้อื่นได้ ไม่ว่าจะอยู่ไกลเพียงใดก็ตาม ซึ่งนอกจากการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ ( e-mail ) การ์ดอวยพรที่มีเสียงและภาพเคลื่อนไหว หรืออาจใช้เสียง ภาพ และข้อความสื่อสารกันแบบทันทีได้ ซึ่งนอกจากจะติดต่อกับคนที่เรารู้จักแล้ว เราสามารถหาเพื่อนใหม่ในอินเทอร์เน็ต และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเขาได้ด้วย




แหล่งความรู้

อินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนแหล่งความรู้ที่มีข้อมูลมากมายที่เราสามารถนำมาใช้ได้ ซึ่งไม่เป็นเพียงข้อความเท่านั้น แต่มีทั้งเสียง ภาพ ภาพยนต์ แหล่งข่าวสารและความบันเทิง เราสามารถติดตามข่าวล่าสุด ดูหนังฟังเพลง และภาพยนต์ล่าสุด ไม่ว่าจากในประเทศหรือต่าง ประเทศได้



จับจ่ายสินค้าและบริการ

อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งจับจ่ายสินค้าและบริการมากมาย ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทนับหมื่นที่หันมาประชาสัมพันธ์ตัวเอง และให้บริการลูกค้าบนอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง เราสามารถขอข้อมูลสินค้าและบริการ และเปรียบเทียบราคาได้อย่างสะดวก และเมื่อชอบใจสินค้าใดก็สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตได้เลย



ศูนย์รวมสารพัดโปรแกรมใช้งาน และเกมส์

ในอินเทอร์เน็ตมีโปรแกรมใช้งานและเกมส์มากมายที่เราสามารถนำมาใช้ได้ มีตั้งแต่โปรแกรมประเภทฟรีแวร์ ( freeware ) ที่เรานำมาใช้ได้ฟรี หรือโปรแกรมประเภทแชร์แวร์ ( shareware ) ที่ให้เราได้ทดลองใช้งานก่อนและซื้อมาใช้จริงหลังหมดเวลาทดลอง




เอกสารอ้างอิง


http://www.jobpub.com/articles/showarticle.asp?id=1173


http://images.google.co.th/imglanding?q=internet&imgurl=http://www.hmu111.com/wp-images/2009/11/Internet-Explorer.jpg&imgrefurl=http://www.hmu111.com/internet-explorer-9-ie9-%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2588%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25A7.html&usg=__7bgjQjz3Op9Dcd9gCBI1hVMSyLw=&h=300&w=300&sz=23&hl=th&um=1&itbs=1&tbnid=BHLeg1qPh2cGGM:&tbnh=116&tbnw=116&prev=/images%3Fq%3Dinternet%26hl%3Dth%26um%3D1&um=1&start=0#tbnid=BHLeg1qPh2cGGM&start=0

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552



I LOVE PUG


วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

แนะนำสถานที่ท่องเทียวใน จังหวัดนครราชสีมา



อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่






ตั้งอยู่ในเขตครอบคลุมพื้นที่ของสี่จังหวัด ในเขตพื้นที่ประมาณ 25% ได้แก่อำเภอเมือง อำเภอบ้านนา และอำเภอปากพลี ของจังหวัดนครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระบุรี มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 2,168 ตรกม. หรือ1,355,396 ไร่ มีภูมิประเทศสวยงามประกอบด้วย ป่าดิบ ป่าโปร่ง ธารน้ำ น้ำตก สัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด อุทยานฯ สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคม-กุมพาพันธ์ เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวมากที่สุด เพราะในตอนกลางคืนอากาศหนาวเย็นจนถึงเช้า




ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาใหญ่ คือ ยอดเขาร่ม มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,351 เมตร ได้รับสมญานามว่าเป็น "อุทยานมรดกของอาเซียน" การประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของ ประเทศไทย

จุดชมวิวได้แก่


จุดชมวิวกม.ที่ 30 ถนนธนะรัชต์ (จากปากช่อง)

จุดชมวิวเขาเขียว (ผาตรอมใจ)

จุดชมวิว กม.ที่ 9 บนทางขึ้นเขาเขียว


สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ
ยกตัวอย่างเช่น


น้ำตกกองแก้ว





เป็นน้ำตกเตี้ย ๆ ขนาดเล็กที่เกิดจากห้วยลำตะคอง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 100 เมตรใกล้น้ำตกมีสะพานแขวนข้ามลำห้วยลำตะคอง ซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดนครนายก และจังหวัดนครราชสีมา ในฤดูฝนจะดูสวยงาม และเหมาะแก่การเล่นน้ำ



น้ำตกผากล้วยไม้





ห่างจากที่ทำการประมาณ 7 กม. อยู่ระหว่างทางไปน้ำตกเหวสุวัต ที่อยู่ในห้วยลำตะคอง เป็นน้ำตกขนาดกลาง น้ำตกผากล้วยไม้จะมีกล้วยไม้หวายแดง ขึ้นอยู่อันเป็นสัญลักษณ์ของ น้ำตกแห่งนี้ การเดินทาง สามารถเข้าถึงโดยทางรถยนต์ และทางเดินเท้า


น้ำตกเหวสุวัต



ตั้งอยู่สุดถนนธนรัตน์ เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักของประชาชน ตัวน้ำตกมีลักษณะเป็น สายน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผา ประมาณ 20 เมตรเศษ บริเวณด้านล่างของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำ และลำธารเหมาะที่จะลงเล่นน้ำ แต่สำหรับฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนน่ากลัว การเดินทาง จะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปก็ได้ประมาณ 3 กม.




น้ำตกเหวนรก


ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานฯ เป็นน้ำตำขนาดใหญ่ และสูงที่สุด มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านน้ำตกชั้นนี้จะพุ่งไหลลงสู่หน้าผาชั้นที่สอง และชั้นที่สามที่อยู่ถัดลงไปใกล้ ๆ ในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนน่ากลัว ลักษณะการไหลทำมุม 90 องศา เป็นสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง การเดินทาง จากตัวเมืองเดินทางไปทางทิศตะวันออกตามถนนสุวรรณศร ถึงสี่แยกเนินหอม หรือวงเวียนนเรศวร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 3077 ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาใหญ่ไป จนถึงกม.ที่ 24



เอกสารอ้างอิง



http://www.thai-tour.com/thai-tour/Central/nakornnayok/data/place/npk_kaoyai.htm

แผนที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา



ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

แผนที่ มหาวิทยาลัย มหาสารคาม



ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น